การตกแต่งแบบไบโอฟิลิก (Biophilic decor) เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน นั่นคือ การอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติและอบอุ่น ซึ่งเชื่อมโยงกับความเป็นอยู่ที่ดี ท่ามกลางชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การใช้หน้าจอมากเกินไป และการใช้ชีวิตในเมืองที่นับวันยิ่งทวีความเป็นเมืองมากขึ้น การนำองค์ประกอบของธรรมชาติเข้ามาในบ้านสามารถทำให้พื้นที่ต่างๆ น่าอยู่ สว่าง และสะดวกสบายยิ่งขึ้น.
คำว่า ไบโอฟิเลีย (Biophilia) หมายถึงความสัมพันธ์ตามธรรมชาติที่มนุษย์มีต่อธรรมชาติ ในการออกแบบตกแต่งภายใน แนวคิดนี้ปรากฏให้เห็นผ่านการใช้พืช แสงธรรมชาติ ไม้ หิน น้ำ เส้นใยธรรมชาติ การระบายอากาศ สีสันจากธรรมชาติ และรูปทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกธรรมชาติ.
ข่าวดีก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่หรือทำการปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่เพื่อนำการตกแต่งแบบไบโอฟิลิกมาใช้ การเลือกสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและสร้างความสมดุลได้มากขึ้น.
การตกแต่งแบบไบโอฟิลิกคืออะไร?
การตกแต่งแบบไบโอฟิลิก (Biophilic decor) คือวิธีการออกแบบและตกแต่งพื้นที่ที่เน้นความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การวางต้นไม้สองสามต้นไว้รอบบ้าน แม้ว่าต้นไม้จะเป็นสิ่งสำคัญมากก็ตาม แนวคิดนี้ยังรวมถึงแสงธรรมชาติ การระบายอากาศ วัสดุธรรมชาติ พื้นผิวที่เป็นธรรมชาติ และสีสันที่ชวนให้นึกถึงทิวทัศน์ธรรมชาติด้วย.
สภาพแวดล้อมที่เน้นความใกล้ชิดกับธรรมชาติ สามารถประกอบด้วยไม้เปลือย ผ้าเนื้อเบา พืชพรรณในกระถาง หินประดับ หน้าต่างที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างดี โทนสีเขียวและสีเอิร์ธโทน และการจัดวางที่ส่งเสริมความสะดวกสบายและความสงบสุข.
แนวคิดคือการสร้างพื้นที่ที่สื่อถึงความมีชีวิตชีวา แทนที่จะเป็นสภาพแวดล้อมที่เย็นชา ประดิษฐ์ และรก การตกแต่งแบบไบโอฟิลิกมุ่งเน้นความสมดุล ความสดชื่น และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง.
เริ่มจากต้นไม้ก่อน
ต้นไม้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและตรงที่สุดในการนำธรรมชาติเข้ามาในบ้าน พวกมันเพิ่มสีสัน เนื้อสัมผัส การเคลื่อนไหว และความสดชื่นให้กับพื้นที่ นอกจากนี้ยังช่วยลดความแข็งทื่อของเฟอร์นิเจอร์และทำให้การตกแต่งดูมีชีวิตชีวามากขึ้น.
สำหรับมือใหม่ ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่ทนทานและดูแลง่าย เช่น พลู, ต้น ZZ, ต้นลิ้นมังกร, ต้นเปเปอโรเมีย, ต้นลิลลี่สันติ และต้นมอนสเตรา ก่อนซื้อ ควรสังเกตแสงสว่างในสภาพแวดล้อมด้วย พืชบางชนิดต้องการแสงมาก ในขณะที่บางชนิดปรับตัวได้ดีกว่าในที่ร่มรำไร.
ในห้องนั่งเล่น ต้นไม้ขนาดใหญ่สามารถเติมเต็มมุมว่างๆ ได้ ในห้องนอน กระถางต้นไม้ขนาดเล็กสามารถวางไว้บนชั้นวางหรือโต๊ะข้างเตียงได้ ในห้องครัว สมุนไพรอย่างเช่น โหระพา โรสแมรี่ และสะระแหน่ ผสมผสานความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยเข้าด้วยกัน ในห้องน้ำ พืชที่ชอบความชื้นสามารถสร้างบรรยากาศราวกับสปาได้.
เปิดรับแสงธรรมชาติ
แสงธรรมชาติเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการตกแต่งแบบไบโอฟิลิก สภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างเพียงพอจะดูโปร่งโล่ง สบายตา และอบอุ่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แสงแดดที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวันยังสร้างความรู้สึกที่มีชีวิตชีวามากขึ้นภายในบ้าน.
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากแสงธรรมชาติ ควรหลีกเลี่ยงการบังหน้าต่างด้วยเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่หรือผ้าม่านหนา เลือกใช้ผ้าเนื้อเบา เช่น ผ้าโปร่ง ผ้าลินิน หรือผ้าฝ้าย ซึ่งจะช่วยกรองแสงโดยไม่ทำให้ห้องมืดเกินไป.
กระจกยังช่วยกระจายแสงได้อีกด้วย เมื่อวางไว้ใกล้หน้าต่าง กระจกจะสะท้อนแสงและทำให้รู้สึกสว่างขึ้น.
หากบ้านได้รับแสงธรรมชาติเพียงเล็กน้อย ควรใช้สีอ่อนสำหรับผนังและเฟอร์นิเจอร์เพื่อเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่ง.
ใช้วัสดุจากธรรมชาติ
ไม้ หิน ไม้ไผ่ ฟาง หวาย ป่านศรนารายณ์ ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน และเซรามิก เป็นวัสดุที่พบได้ทั่วไปในการตกแต่งแบบไบโอฟิลิก วัสดุเหล่านี้ช่วยเพิ่มพื้นผิว ความอบอุ่นทางสายตา และรูปลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติให้กับพื้นที่.
ไม้สามารถนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางของ แผ่นผนัง พื้น หรือของใช้ชิ้นเล็กๆ ได้ เส้นใยธรรมชาติเหมาะสำหรับทำพรม ตะกร้า โคมไฟ และกระถางต้นไม้ ส่วนหินสามารถใช้ทำเคาน์เตอร์ ผนัง แจกัน หรือของตกแต่งได้.
เคล็ดลับอยู่ที่การผสมผสานวัสดุเหล่านี้อย่างสมดุล ห้องที่มีโซฟาสีกลางๆ โต๊ะไม้ พรมใยธรรมชาติ ต้นไม้ และแจกันเซรามิก ก็สามารถสื่อถึงความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติได้โดยไม่ดูมากเกินไป.
วัสดุจากธรรมชาติยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่คงอยู่ได้ยาวนานกว่า เนื่องจากไม่ขึ้นอยู่กับกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว.
เลือกใช้สีที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
สีเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เฉดสีเขียว สีเบจ สีทราย สีน้ำตาล สีดินเผา สีดินเหนียว สีขาวโทนอบอุ่น สีเทาหิน และสีฟ้าอ่อน เข้ากันได้ดีมากกับการตกแต่งแบบไบโอฟิลิก (Biophilic Decor).
สีเหล่านี้ชวนให้นึกถึงใบไม้ ดิน ไม้ ท้องฟ้า น้ำ และหิน ช่วยสื่อถึงความสงบและทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่ยิ่งขึ้น.
คุณสามารถใช้สีกลางเป็นพื้นฐานสำหรับผนังและเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ แล้วเพิ่มโทนสีธรรมชาติในหมอนอิง ผ้าห่ม ภาพวาด พรม และของตกแต่งต่างๆ หากต้องการสร้างความโดดเด่นมากขึ้น ผนังสีเขียวมะกอก สีดินเผา หรือสีทราย จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของพื้นที่ได้อย่างสิ้นเชิง.
สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้สีสังเคราะห์ที่ฉูดฉาดมากเกินไป เพราะอาจทำให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติหายไปได้.
สร้างพื้นที่สีเขียว
แม้ในอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็ก ก็สามารถสร้างมุมสีเขียวได้ อาจจัดวางด้วยกระถางต้นไม้ที่มีความสูงต่างกัน ชั้นวางต้นไม้ เสาสำหรับจัดวางต้นไม้ หรือจัดวางต้นไม้ไว้ใกล้หน้าต่างก็ได้.
มุมสีเขียวทำหน้าที่เป็นจุดเด่นและนำความรู้สึกสดชื่นมาสู่สภาพแวดล้อม ในห้องนั่งเล่น สามารถวางไว้ข้างโซฟา ในห้องนอน วางไว้ใกล้หน้าต่าง บนระเบียง สามารถจัดวางบนผนังด้วยสวนแนวตั้งได้.
เพื่อให้การจัดสวนสวยงามยิ่งขึ้น ควรผสมผสานต้นไม้ที่มีใบขนาดและรูปทรงแตกต่างกัน และใช้กระถางที่เข้ากัน เช่น กระถางเซรามิก ดินเผา ปูนซีเมนต์ หรือกระถางจากเส้นใยธรรมชาติ.
การออกแบบประเภทนี้สร้างพื้นที่เล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติภายในบ้าน.
รวมทั้งรูปทรงที่เป็นธรรมชาติด้วย
ธรรมชาติมักไม่แสดงเส้นตรงที่แข็งทื่ออย่างสมบูรณ์ ดังนั้น รูปทรงโค้งมนและเป็นธรรมชาติจึงช่วยเสริมสร้างสุนทรียภาพแบบไบโอฟิลิกได้ดียิ่งขึ้น.
โต๊ะกลม กระจกรูปไข่ แจกันรูปทรงไม่สม่ำเสมอ โคมไฟทำมือ พรมรูปทรงอ่อนโยน และเฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนโค้งมน ช่วยทำให้สภาพแวดล้อมดูเป็นธรรมชาติและไม่แข็งกระด้างจนเกินไป.
องค์ประกอบเหล่านี้ใช้ได้ผลดีเป็นพิเศษในบ้านที่มีรูปทรงเรียบง่ายหรือสไตล์โมเดิร์น ซึ่งมีเฟอร์นิเจอร์ทรงสี่เหลี่ยม พื้นผิวเรียบ และวัสดุที่ให้ความรู้สึกเย็นชาเป็นจำนวนมาก.
การผสมผสานระหว่างเส้นตรงและรูปทรงที่เป็นธรรมชาติช่วยสร้างความสมดุลทางสายตา.
ปรับปรุงการระบายอากาศ
ความเชื่อมโยงกับธรรมชาติยังรวมถึงอากาศด้วย สภาพแวดล้อมที่อับชื้นดูไม่ดีต่อสุขภาพและไม่สบายตัว เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ ควรเปิดหน้าต่างเป็นช่วงๆ ในระหว่างวันเพื่อระบายอากาศ.
การระบายอากาศตามธรรมชาติช่วยทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้นและยังเป็นประโยชน์ต่อพืชหลายชนิดอีกด้วย หากบ้านไม่มีการระบายอากาศที่ดี พัดลม พัดลมดูดอากาศ และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างเหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้.
หลีกเลี่ยงการกีดขวางการไหลเวียนของอากาศด้วยเฟอร์นิเจอร์สูงหรือผ้าม่านหนา บ้านที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกจะช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีขึ้นได้ทันที.
ใช้องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับน้ำ
น้ำยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งแบบไบโอฟิลิกได้อีกด้วย น้ำพุประดับขนาดเล็ก ตู้ปลาที่ได้รับการดูแลอย่างดี หรือภาพที่สื่อถึงแม่น้ำ ทะเล และทะเลสาบ สามารถสร้างความรู้สึกสงบได้.
สิ่งสำคัญคือต้องใช้ทรัพยากรนี้อย่างประหยัดและเหมาะสม น้ำพุจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ตู้ปลาต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อปลาและคุณภาพน้ำ.
หากคุณไม่ต้องการใช้น้ำจริง ภาพวาด ภาพถ่าย หรือสีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทะเล ก็สามารถช่วยสื่อถึงความเป็นธรรมชาติได้เช่นกัน.
หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของรกเกะกะมากเกินไป
การตกแต่งสไตล์ไบโอฟิลิกเข้ากันได้ดีกับสภาพแวดล้อมที่สว่างและเป็นระเบียบเรียบร้อย สิ่งของมากเกินไปอาจทำให้ดูรกและลดทอนความรู้สึกสงบลงได้.
เลือกใช้ของตกแต่งเพียงไม่กี่ชิ้นที่คัดสรรมาอย่างดี เช่น ต้นไม้สวยๆ แจกันเซรามิก โคมไฟจากเส้นใยธรรมชาติ และผ้าห่มฝ้าย ซึ่งอาจสร้างความประทับใจได้มากกว่าการวางของกระจัดกระจายมากมาย.
ธรรมชาติต้องการพื้นที่เพื่อให้ได้รับการชื่นชม ดังนั้นควรเว้นพื้นที่ว่าง ให้ความสำคัญกับการสัญจร และหลีกเลี่ยงการสะสมของตกแต่งที่ไม่จำเป็น.
บทสรุป
การตกแต่งแบบไบโอฟิลิกเป็นวิธีง่ายๆ แต่ได้ผลดีในการทำให้บ้านของคุณสวยงาม น่าอยู่ และเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากขึ้น ต้นไม้ แสงธรรมชาติ วัสดุจากธรรมชาติ สีอ่อน การระบายอากาศ และพื้นผิวที่เป็นธรรมชาติ ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สมดุลและน่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น.
คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโฉมบ้านทั้งหลังในคราวเดียว เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เช่น ต้นไม้ในห้องนั่งเล่น ผ้าม่านสีอ่อน แจกันเซรามิก ชั้นวางของสีเขียว หรือโทนสีที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ.
ด้วยการเลือกอย่างมีสติ สภาพแวดล้อมใดๆ ก็สามารถสดชื่น มีชีวิตชีวา และอบอุ่นยิ่งขึ้นได้ การตกแต่งแบบไบโอฟิลิกแสดงให้เห็นว่าการนำธรรมชาติเข้ามาในบ้านไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่จะทำให้ชีวิตประจำวันเบาลงและสนุกสนานยิ่งขึ้นอีกด้วย.

